"ครูบ้านนอก"อาสา มทร.รัตนโกสินทร์ออกค่าย


          มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา จัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่ชุมชน "ครูบ้านนอก" หนึ่งในโครงการสร้างความรักและความสามัคคีในสถาบัน เพื่อสร้างจิตอาสาสำนึกที่ดีในการแบ่งปัน และเอื้ออาทรต่อผู้อื่นในสังคม เสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน

      โดยจัดกิจกรรมออกค่ายอาสาที่บ้านยะฟู (ชนเผ่าลาหู่) ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 14-19 ต.ค.ที่ผ่านมา

       การเป็นครูบ้านนอกในฐานะนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ไม่ใช่จะมีเพียงความรู้ทักษะในเฉพาะสาขาวิชานั้นๆ แต่นักศึกษาควรมองเห็นถึงความเป็นไปของ

สังคม มุมมองอีกมุมหนึ่งที่นักศึกษาในเมืองไม่อาจเข้าถึงได้ทักษะในเฉพาะสาขาวิชานั้นๆ แต่นักศึกษาควรมองเห็นถึงความเป็นไปของสังคม มุมมองอีกมุมหนึ่งที่นักศึกษาในเมืองไม่อาจเข้าถึงได้       การไปร่วมโครงการทำให้ผู้ร่วมโครงการทุกคนได้ทราบ และเข้าใจวิถีการดำรงชีวิตในรูปแบบชาวไทยภูเขา ซึ่งยังขาดโอกาสทางด้านการศึกษา วัฒนธรรม เพราะต้องใช้ชีวิตร่วมกับเด็กๆ นักเรียนและครอบครัวในฐานะของครูบ้านนอก โดยการประสานทีมงานครูบ้านนอกกับมูลนิธิกระจกเงา รวมทั้งคุณครูบนดอย "สง่าอุมา" คุณครูประจำศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หมู่บ้านยะฟู ที่อุทิศตนเพื่อชาวบ้าน       
การไปร่วมโครงการทำให้ผู้ร่วมโครงการทุกคนได้ทราบ และเข้าใจวิถีการดำรงชีวิตในรูปแบบชาวไทยภูเขา ซึ่งยังขาดโอกาสทางด้านการศึกษา วัฒนธรรม เพราะต้องใช้ชีวิตร่วมกับเด็กๆ นักเรียนและครอบครัวในฐานะของครูบ้านนอก โดยการประสานทีมงานครูบ้านนอกกับมูลนิธิกระจกเงา รวมทั้งคุณครูบนดอย "สง่าอุมา" คุณครูประจำศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หมู่บ้านยะฟู ที่อุทิศตนเพื่อชาวบ้าน

       ผศ.สุภาภร จงภักดีพงศ์ หัวหน้าสาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม คณะบริหารธุรกิจ มทร.รัตนโกสินทร์ ผู้ควบคุมโครงการ บอกว่า คนคือศูนย์กลางการพัฒนาทุกสิ่ง เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ มีโอกาสในการเรียนรู้และแสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เป็นภารกิจที่สำคัญยิ่ง เพราะการศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพของคน ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศ
 
      ผศ.สุภาภรกล่าวอีกว่า การจัดกิจกรรมออกค่ายอาสาครั้งนี้นักศึกษาได้ลงพื้นที่เก็บความรู้และการปฏิบัติงานจริง ทำให้ได้เรียนรู้คู่กับกิจกรรม เปิดโลกทัศน์ให้มีโอกาสได้เรียนรู้อย่างรอบด้าน ปลูกฝังให้สนใจ และใฝ่รู้ในเรื่องราวรอบตัวทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่และสภาพปัญหาที่แท้จริงของสังคมในชนบทใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม เกิดความรักและความสามัคคีระหว่างอาจารย์ นักศึกษาน้องๆ นักเรียน และประชาชนท้องถิ่น พร้อมนำไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

       น.ส.ญาตาวีร์ เพ็งผอม (ดาว) นักศึกษาฝึกงานมูลนิธิกระจกเงาหนึ่งในคณะครูบ้านนอก บอกว่า ชุมชนบ้านยะฟู ที่คณะเราได้ออกค่ายอาสามีการคมนาคมที่ไม่สะดวกเท่าที่ควร รถจักรยานยนต์สามารถเข้าถึงชุมชนได้ แต่ค่อนข้างลำบากในช่วงฤดูฝนสภาพถนนเละเป็นหลุมเป็นบ่อแม้แต่การเดินทางด้วยเท้าก็ยังลำบากไม่น้อย แต่รถยนต์สามารถเข้าถึงชุมชนได้บางฤดูกาล การจัดครูอาสาไปช่วยสอนแก่เด็กๆ ในหมู่บ้านครั้งนี้มีนักศึกษา มทร.รัตนโกสินทร์ ร่วมไปดำเนินกิจกรรม 34 คน

       "โดยวันแรกที่คณะพวกเราเดินทางขึ้นดอย บางคนอาจเหนื่อย บางคนอาจจะท้อ บางคนอาจจะล้า แต่ด้วยจิตอาสาของน้องๆ นักศึกษาทุกคนทำให้เดินทางขึ้นมาถึงหมู่บ้านยะฟูได้สำเร็จ มีเด็กๆ พ่อแม่ และชาวบ้าน มายืนต้อนรับด้วยความอบอุ่น โดยเด็กๆ จะเลือกนักศึกษาครูอาสาไปพักอาศัยที่บ้านของตน 2 หรือ 3 คน ต่อ 1 หลัง โดยกิจกรรมวันแรกไม่มีอะไรมาก เพราะนักศึกษาเดินทางมาเหนื่อย ทางทีมงานครูบ้านนอกให้น้องๆ พักผ่อนเพื่อภารกิจในวันรุ่งขึ้น"

       น.ส.ญาตาวีร์ เล่าต่อว่า วันที่สอง น้องๆ นักศึกษา ได้เป็นครูเต็มตัว เตรียมการเรียนการสอนโดยแบ่งออกเป็น 4 ฐานการเรียนรู้ แบ่งเด็กตามฐานต่างๆ เด็กบางคนก็ไม่กล้าแสดงออก เขินบ้าง อายบ้าง มีการทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย การหาหน่อไม้ แก้วไม้ไผ่ ผักขุด หนอนไม้ไผ่ ทำภารกิจเสร็จก็เดินทางอีกเส้นทางหนึ่ง ผ่านน้ำตกห้วยแม่ซ้าย นักศึกษาและน้องๆ นักเรียนจึงแวะเล่นน้ำอย่างสนุกสนานแล้วค่อยกลับที่พัก แต่ค่ำคืนนี้เรามีนัดกันเต้น "จะคึ" (ประเพณีของชาวลาหู่) น้องๆ นักศึกษายืมชุดชาวบ้านที่แต่ละคนอาศัยอยู่มาใส่ หลายคนเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสใส่ชุดประจำเผ่า

       "วันสุดท้าย ต้องเดินขึ้นดอยอีกครั้ง เป็นการขึ้นไปดูทะเลหมอกหมู่บ้านยะฟู ถือได้ว่าเป็นจุดชมที่สวยแห่งหนึ่งในเชียงราย ต้องตื่นตั้งแต่ 04.00 น. โดยเช้าวันนี้เป็นวันที่เชื่อว่าทุกคนเหนื่อยเพลียอ่อนล้า มาจากเมื่อวาน แต่น้องๆ ทุกคนและอาจารย์ก็ไม่ถอย ทุกคนช่วยกันพยุงเพื่อนให้ขึ้นไปดูทะเลหมอกมีความสามัคคีรักใคร่ปรองดองกันเป็นอย่างดี เห็นแล้วรู้สึกประทับใจมาก ซึ่งเชื่อว่าพวกเขาจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคมต่อไป" น.ส.ญาตาวีร์กล่าว

     นายอนุชิต วงศ์จินดา (ปอ) นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ปี 2 เล่าว่า ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน และความประทับใจในมิตรภาพของคนในค่ายที่มีร่วมกันและกัน หรือปัญหาที่พบระหว่างการไปค่ายทำให้รู้วิธีการแก้ปัญหาในการลงมือปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็น ครูอาสาสอนหนังสือ กิจกรรมแก่เด็กๆ นักเรียน ได้รู้จักพืชพรรณไม้หลากหลายชนิด ทำให้รู้สึกว่า คุ้มค่ากับการไปค่ายครั้งนี้ รวมทั้งประทับใจกับบรรยากาศของสถานที่ และลักษณะนิสัยของคนในพื้นที่ที่มีน้ำใจต่อนักศึกษาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะด้านที่อยู่อาศัย อาหาร หรืออื่นๆ อีกมากมาย

      นายอุทัย แก้วกลม (ก้านกล้วย) นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ปี 2 บอกว่า รู้สึกประทับใจกับการไปเป็นครูอาสาในครั้งนี้ทั้งเรื่องสถานที่ และความทรงจำ เด็กๆ นักเรียนและจากเพื่อนๆ ที่เดินทางไปครั้งนี้ได้พบกับสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยพบเคยเห็นรู้จักปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้รู้ความสามารถของตนเอง รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รับผิดชอบหน้าที่ของตนเองเป็นสำคัญ รู้จักแบ่งปันช่วยเหลือกัน ได้รู้ถึงการดำรงชีวิตของคนต่างจังหวัด เรียบง่ายไม่วุ่นวาย และประทับใจในเด็กๆ ที่หมู่บ้านยะฟูที่ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ และความเป็นกันเองของผู้ปกครองที่ให้ที่พักอาศัย รู้สึกภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการออกค่ายครูอาสาครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง

      จากความรู้สึกไม่ว่าจะเป็นของนักศึกษาหรือน้องๆ ในชุมชน สะท้อนผลจากกิจกรรมโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูบ้านนอกว่า สิ่งที่ทุกคนได้รับคือความรู้ ความสุข สนุกสนาน และประโยชน์จากการเข้าร่วม

และทุกคนก็ได้รู้สึกถึง "การให้" จริงๆ

 

ที่มา :
วันที่ 17 พ.ย. 2551



อ่าน 1599 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting

 เผยแรงงานต่างด้าวนับแสนแฝงตัวตามบ้านในกทม.
 รองเท้าเก่าแลกคู่ใหม่
 ภาคประชาชนร่วมรณรงค์ป้องกันหวัดใหญ่ 2009