โหมโรงการค้ามนุษย์ กับ แนวนโยบายรัฐที่ไม่ชัดเจน


 

 

 “การค้ามนุษย์” ดูจะกลายเป็นคำที่เริ่มฮิตติดหูคนในสังคมกันพอสมควร   หลังจากที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   เร่งโหมโรงประชาสัมพันธ์ประเด็นนี้           เนื่องในวาระ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 เริ่มบังคับใช้ เมื่อวันที่ 2  มิถุนายนที่ผ่านมา  โดยการระดมนำเสนอสปอตโฆษณาตามสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง  ซึ่งนับว่ามีความพยายามเป็นที่น่าชื่นชมทีเดียวสำหรับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ การค้ามนุษย์ให้ประชาชนได้ตื่นตัวกับประเด็นการค้ามนุษย์  ตามการถูกหยิบยกให้เป็น                       “วาระแห่งชาติ !!!”

แต่กระนั้นก็ตาม  ถึงแม้ว่าสังคมจะเริ่มรู้จักและรับรู้ถึงปัญหาการค้ามนุษย์แล้วก็ตาม  ในทางกลับกันกระทรวงการพัฒนาสังคมและ

  ความมั่นคงของมนุษย์  ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในภารกิจป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  ต้องหันกลับมาพิจารณาตัวเองว่ามีความพร้อมแล้วหรือยัง   สำหรับการการสร้างกลไกในการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ 
 ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แห่งชาติ (ศปคม.) เป็นหน่วยงานที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เปลี่ยนชื่อจากโครงสร้างกลไกเดิมที่มีอยู่ให้สอดรับกับกฏหมายที่ประกาศใช้โดยมีภารกิจตรงตัวตามชื่อที่ตั้งขึ้น เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการนโยบายเกี่ยวกับเรื่องการค้ามนุษย์ของประเทศนี้ 
 
       โดยภายหลังจากที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แห่งชาติดำเนินงานจนถึงปัจจุบัน   ยังแทบไม่ปรากฏบทบาทที่ชัดเจนของหน่วยงานดังกล่าวในฐานะแม่งานด้านการ ค้ามนุษย์ของชาติ   อีกทั้ง ยังมีสำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก  ภายใต้สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่ดูแลปัญหาการค้ามนุษย์อีกหน่วยงานหนึ่ง  จึงทำให้เจ้าภาพในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ของปัญหาการค้ามนุษย์ยังไม่เป็นเอกภาพและยังไม่มีความชัดเจนในทางปฏิบัติ 
 
 นอกจากนี้ถึงแม้ว่าการค้ามนุษย์ จะถูกยกระดับให้เป็นปัญหาในระดับชาติแล้วก็ตาม  แต่นโยบายและความเอาจริงเอาจังของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง  ยังดูห่างไกลจากการแก้ไขปัญหาพอสมควร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ในส่วนปฏิบัติการ  ซึ่งในแต่ละจังหวัดมีศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ระดับจังหวัด  เพื่อดำเนินงานด้านการค้ามนุษย์ในระดับปฏิบัติการของแต่ละจังหวัด  แต่ทว่า ความอ่อนแอทางด้านนโยบายจากส่วนกลางทำให้โครงสร้างย่อยในระดับจังหวัดเกิดปัญหาพอสมควร  

       ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด (ศปคม.จ.)หลายแห่ง  ไม่สามารถกำหนดทิศทางหรือแผนงานในส่วนจังหวัดของตัวเองได้  เนื่องจากนโยบายจากส่วนกลางยังไม่ชัดเจนว่าจะให้ ศปคม.จ. ดำเนินการต่อหรือยุบตัวลง เพื่อจัดตั้งศูนย์ใหม่ ตามกฏหมายค้ามนุษย์ที่ประกาศใช้    ความไม่แน่นอนดังกล่าวนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ประจำ ศปคม.จ.  ซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราวประจำจังหวัดละ 1 คน   ต่างทยอยหางานใหม่ หรือหางานราชการอื่นๆ ที่มีความมั่นคงในตำแหน่งหน้าที่การงาน   นั่นหมายความว่า การลงทุนจัดจ้างเจ้าหน้าที่ในแต่ละจังหวัดเพื่อทำงานด้านการค้ามนุษย์  สูญเปล่าไปเป็นจำนวนมาก  เจ้าหน้าที่หลายจังหวัดผ่านการฝึกอบรมและปฏิบัติงานจนได้รับประสบการณ์มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว กลับต้องลาออกไป เพื่อหามั่นคงในหน้าที่การงาน เพราะไม่แน่ใจในทิศทางนโยบายจากส่วนกลางว่าจะจัดจ้างพวกเขาต่อไปหรือไม่    
 
       บุคคลากรในระดับปฏิบัติการของ ศปคม.จังหวัด นับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะงานในระดับภูธรมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากต้องทำงานในพื้นที่ และเข้าใกล้กับกลุ่มอาชญากรค้ามนุษย์           แต่นโยบายด้านบุคคลากรจากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  กลับไม่สามารถสร้างหลักประกันและความมั่นคงในวิชชาชีพที่เสียสละอย่างนี้ได้  เป็นผลให้บุคคลากรเกิดภาวะสมองไหล ไปยังหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ที่ให้ความมั่นคงในการทำงานได้มากกว่า
 
       ปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทย ยังนับว่ามีความสำคัญมาก เพราะประเทศไทยเป็นทั้งพื้นที่ ต้นทาง  ทางผ่าน และปลายทางของปัญหา   การออกกฏหมายเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ นับเป็นนิมิตหมายที่ดีในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม  แต่ในทางกลับกัน ถึงแม้ว่าจะมีกฏหมายและการประชาสัมพันธ์ให้สังคมรับรู้ถึงปัญหามากเพียงใดก็ตาม  แต่หากนโยบายในระดับปฏิบัติไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงและไม่มีทิศทางที่ชัดเจนแล้ว   การลงทุนโหมโรงประชาสัมพันธ์ให้สังคมตื่นตัวจะกลายเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำอย่างสูญเปล่า  เพราะเจ้าภาพในการปฏิบัติยังกวาดบ้านตัวเองไม่เสร็จเรียบร้อย  และไม่ยอมลงทุนกับผู้ปฏิบัติงานอย่างจริงจัง...


 
นายเอกลักษณ์  หลุ่มชมแข

ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์มูลนิธิกระจกเงา
 

www.notforsale.in.th/

 

  
 



อ่าน 5788

 กระจกเงา คว่ำ ร่างพรบ. ขอทาน ปี 51 พม. เห็นด้วย ต้องเปลี่ยนใหม่
 รัฐจ๋า...ขอลาก่อน
 รายงาน ''สถานการณ์การค้ามนุษย์ในรอบปี 2551'' (มูลนิธิกระจกเงา)
 ผู้ป่วยสมองเสื่อม คนที่ถูกลืม
 เทคโนโลยี หรือ ใครกันแน่ที่ทำให้เด็กหาย