โครงการ TV4kids

     หาบ้านอยู่  

          ใช้เวลาร่ำเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยมาก็ 3 ปีแล้ว ได้เวล่ำเวลาต้องออกเดินทางไปฝึกงานแล้วเจ้าค่า แล้วจะไปฝึกที่ไหนล่ะคำถามนี้ผุดขึ้นมาในสมองที่ไม่ค่อยมีรอยยักสักเท่าไร แต่ก่อนจะรู้เรื่องราวต่างๆ ว่าข้าน้อยนี้เดินทางมาฝึกงานที่นี้ได้อย่างไรก็ต้องแนะนำตัวกันก่อน ข้าน้อยนี้มีนามว่า นางสาวรัชนี เมาหวล มีชื่อเล่น มุ่ย แต่หลังๆ เพื่อนๆ เริ่มเรียกว่าหมามุ่ยเป็นนักศึกษาตัวดำ ล้ำ เตี้ย สิงสถิตย์เรียนอยู่ที่ สาขาวิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต (ช่างกล้าไปเรียน ณ ที่ไฮโซ แต่ตัวเองโลโซสุดๆ)  รู้ประวัติกันคร่าวๆ ไปแล้วก็เข้าเรื่องกันได้เลยก่อนจะมาฝึกงานที่นี้ตัวข้าน้อยเองก็มีความคิดว่าจะไปฝึกงานตามสถานีโทรทัศน์ต่างๆ  แต่ก็ไม่ได้ไปเพราะบางช่องก็เต็ม บางช่องก็ไม่รับนักศึกษาฝึกงาน เกิดอาการสับสนเล็กน้อย จะทำยังไงดี คำถามผุดขึ้นมาในสมองอีกครั้ง   แต่ก็เหมือนโชคช่วยเมื่อคุณนี่นี่ ณ ทีมBTH ก็มาบอกกล่าวเล่าขานว่า มีที่ที่หนึ่งรับนักศึกษาฝึกงาน เข้าไปดูรายละเอียด อืม.....ตรงกับที่เราเรียนมา  คุณนี่นี่ก็ชักชวนพวกเราว่าจะไปกันหรือเปล่า พอตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เลยหนีตามคุณนี่นี่มาถึงที่นี้แหละเจ้าค่า “มูลนิธิกระจกเงา” ในที่สุดก็มีที่ฝึกงานจนได้ เย้..เย้...ดีใจเล็กน้อย เอาล่ะในเมื่อได้ที่ฝึกงานกันเรียบร้อยแล้ว เรื่องราวต่างๆ ในสำนักงานแห่งนี้ก็เริ่มตามมา  เริ่มต้นด้วยการที่เราต้องมาปฐมนิเทศกับพี่จรัญ (วันไหนจำไม่ได้) พี่คนนี้แหละที่ข้าน้อยรู้จักเป็นคนแรกในมูลนิธิกระจกเงา


          พี่จรัญให้พวกเราวิดีโอคลิป (หรือเปล่าไม่รู้) แนะนำให้พวกเรารู้จักกับองค์กรต่างๆ แล้วก็ให้พวกเราเลือกว่าจะทำงานทีมไหน (แหม....ทำยังกับเป็นทีมฟุตบอล) ข้าน้อยไม่ได้เลือกหรอก และก็ได้มาทำงานกีบทีม Media4D ซึ่งนักศึกษาฝึกงานคนอื่นๆ นอกจากข้าน้อยแล้วยังประกอบไปด้วย เอินและแตง  และก็มีพี่สาวคนหนึ่งเขามาพูดคุยกับพวกเรา คือพี่ต้นอ้อ พี่คนนี้คือคนที่ข้าน้อยรู้จักเป็นคนที่สองต่อจากพี่จรัญ พี่อ้อเขามาพูดคุยทักทายกับพวกเราและแนะนำในสิ่งที่พี่อ้อทำอยู่  และสิ่งที่พวกเราจะต้องทำ หลังจากปฐมนิเทศเสร็จพวกเราก็เดินทางกลับ แต่ยังไม่ได้กลับบ้าน..............(ไปดูหนังต่อ)  

เมื่อได้เข้าบ้าน (กระจกเงา) 

 


       และแล้วเมื่อวันที่เราต้องมาฝึกงานวันแรกก็มาถึง 9 มีนาคม 2549 ณ มูลนิธิกระจกเงา ขอบอกว่าตื่นเต้นค่ะ มาวันแรกโดนเรียกเข้าห้องประชุมอันคับแคบซึ่งข้าน้อยเรียกมันว่าห้องเย็น เพราะมันเย็นกว่าห้องอื่นๆ พี่ๆ ทีม Media4D ก็เริ่มแนะนำตัวพี่ๆ ให้พวกเรารู้จัก ทุกเรื่องราวที่พี่ๆ สามารถจะบอกพวกเราได้ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องการกิน เรื่องรูปแฟนบนโต๊ะทำงานของพี่ๆ พี่ๆ ในทีมนี้ก็จะประกอบไปด้วย พี่ปู, พี่ตี๋, พี่ต้นอ้อ, พี่ตะวันและพี่นิ่ม แต่มีพี่คนหนึ่งที่ข้าน้อยสะดุดกับพฤติกรรมของพี่แกมาก  เพราะในขณะที่พี่ๆ คนอื่นๆ กำลังแนะนำตัว พี่คนนี้ก็พูดแทรกพี่คนอื่นแล้วก็หัวเราะตลอดเวลา ในใจของข้าน้อยนั้นคิดว่าพี่คนนี้เป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี้ยะ บ้าหรือเป็นอะไรกันแน่ชอบทำท่าทางแปลก พูดจาตลกแปลกๆ สุดท้ายแล้วพี่คนนี้ก็ไม่มีอะไรหรอกก็แค่อารมณ์ดีมากเกินเหตุในบางครั้ง (ณ วันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิมอยู่)

 

พี่ตะวันนั้นเอง.........น่ากลัวที่สุด

       จากนั้นก็เป็นคิวของพวกเราที่จะต้องแนะนำตัวเผยธาตุแท้ของแต่ละคนต่อพี่ๆ กันบ้าง ทุกคนแนะนำตัวกันตามลำดับเรื่องเล่าของแต่ละคนแตกต่างกันช่วงเวลานี้เป็นช่วงแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างเมามันส์  เอาล่ะเมื่อน้องๆ แนะนำตัวกันเสร็จ ก็ถึงเวลาจับฉลากเพื่อแบ่งพี่ๆ ดูแลน้องๆ เอินจับได้พี่ตะวันตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะเข้ากันได้เลย เพราะอีกคนพูดมากแล้วอีกคนก็ไม่ค่อยพูดเลย แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ทำให้เห็นแล้วว่าพี่น้องคู่นี้เป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุด มีอะไรที่คล้ายๆ กันแตงจับฉลากได้พี่ตี๋ คู่นี้ก็เงียบๆ นะ รู้สึกว่าคนน้องไม่ค่อยเข้าหาพี่เท่าไรเลย ส่วนตัวข้าน้อยจับฉลากได้พี่นิ่ม ณ ตอนแรกดูแล้วคู่นี้ก็ไม่น่าจะเข้ากันได้เลยเหมือนกันดูแบบผิวเผินแล้วพี่นิ่มจะดูเป็นคนเงียบๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ทำให้รู้ว่าตัวข้าน้อยนั้นก็มีอะไรที่คล้ายกับพี่นิ่มเหมือนกันแหะ กระด้างนิดหน่อย หน้ามึนเล็กน้อย เอ่อๆ ด้วยช่างเหมาะสมกันดีเหลือเกิน แฮะ แฮะ ส่วนพี่ก้อยที่เป็นอาสาสมัครจับคู่ได้พี่ต้นอ้อ พี่ต้นอ้อนี่น่ารัก เพราะมีบุคลิกคล้ายๆ กับเด็ก แต่เวลาดุเนี้ยะ ใครอย่าได้เข้าใกล้

 


       เพราะอารมณ์เหมือนสึนามิถล่มเลยอ่ะ (อย่าโกรธกันน่าพี่ต้นอ้อ) ถึงคราวพี่ปู พี่ปูไม่มีคู่ อยากบอกพี่ปูว่า พี่ปูจ้าบุคลิกพี่ปูดูเป็นคนดุ ทำให้มุ่ยไม่กล้าเข้าใกล้ในหลายๆ ครั้ง  แต่มุ่ยก็พยายามเข้าใกล้พี่ปูให้มากที่สุด จนในที่สุดมุ่ยก็รู้แล้วว่าพี่ปูเป็นคนที่น่ารักมากค่ะ แตกต่างจากมุ่ยคิดเอาไว้ เพราะทุกครั้งก่อนที่มุ่ยจะเข้าหาพี่ปูบอกตรงๆ ค่ะว่าเกิดอาการกลัวเล็กน้อย ไม่รู้จะกลัวทำไม ใจตุ่มตุ่มต่อมต่อม ยังไงไม่รู้ แต่พอได้พูดคุยกับพี่ปูทุกครั้งพี่ปูก็น่ารักทุกครั้ง เข้ามาโอบกอดอะไรอย่างเงี้ยะอู้ย.....รักพี่ปูที่สู้ดเลยค่ะ (จริงๆ นะ)ได้เวลาออกจากห้องเย็นแล้ว พอออกจากห้องเย็นมาอารมณ์คนละเรื่องเลยค่ะ บรือ...บรือ...หนาว

 

 

 

       นอกจากนั้นเรายังได้รู้จักเพื่อนจากต่างสถาบันอีกด้วย เพื่อนๆ กลุ่มนี้อยู่ทีม ICT4D ก็ประกอบไปด้วย โปร่ง,แจ็ค,เหมียว สามคนนี้มาจากรัตนบัณฑิต เบญ,บอมสองคนนี้มาจากเทคโนโลยีพระนครเหนือ อ๋อ...ลืมไปอีกสามคน กี้ มาจากศิลปากร น้องมาจากรัตนบัณฑิต และเจี๊ยบผู้หลงใหลในเสียงหัวเราะมาจาก ม.กรุงเทพ  ถึงจะต่างสถาบันแต่ก็อยู่ร่วมกันได้หลังจากออกจากห้องพวกเราก็มานั่งอ่านแฟ้มที่พี่ๆ ทำไว้ให้พวกเรา (พี่ๆ ทำแฟ้มได้น่ารักมาก)และในที่สุดพวกเราก็ได้พบกับพี่หนูหริ่ง ฟังชื่อตอนแรกข้าน้อยก็สะดุดกับชื่อมาก ว่าทำไมชื่อแปลกจัง พอได้เห็นตัวเป็นๆ ตกใจ.....นึกว่าสรยุทธเลิกทำข่าว แล้วมาเป็นผู้อำนวยการที่นี้ สรุปแล้วก็ไม่ใช่หน้าเหมือนเฉยๆ เท่านั้นเอง มาอาทิตย์แรกจำได้ว่าได้ออกไปนอกสถานที่เลยค่ะไปสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์กับพี่ตี๋และพี่ตะวัน (ผู้ซึ่งอารมณ์ดีตลอดเวลา) คราวนั้นไปงานอืม......เฮ้อขอโทษค่ะจำไม่ได้จริงๆแต่พอหลังจากกลับมาก็ได้เขียนข่าวเลยค่ะ พอเขียนได้ก็นำไปส่งพี่ตี๋ ตอนเอาข่าวไปส่งในใจคิดว่าข่าวที่ตัวเองเขียนนั้นจะได้เรื่องหรือเปล่าน่าแต่สุดท้ายพี่ตี๋ก็ให้กำลังใจด้วยคำชมว่าตัวข้าน้อยนี้ก็เขียนข่าวพอใช้ได้ แหม...รู้สึกดีขึ้นมาทันที แต่ข่าวชิ้นนั้นก็ไม่ได้เขียนคนเดียวหรอกค่ะมีพี่เอินและแตงช่วยเขียนด้วย นั่นคืองานชิ้นแรกที่ข้าน้อยได้ทำ จำได้คร่าวๆ ว่าพวกเราเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรอยู่ประมาณสองอาทิตย์ เริ่มซึมซับวัฒนธรรมนิสัยของพี่ๆ ในออฟฟิศด้วย

 

 

 

เรื่องราว+งานในบ้านกระจกเงา 

      หลังจากสองอาทิตย์ที่เราเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กร ต่อมาเราก็ทำงานตามที่พี่ๆ ได้มอบหมายให้พวกเรารับผิดชอบเรื่อยๆ มา ไม่ว่าจะเป็นเขียนข่าว เขียนบทความ สำหรับตัวข้าน้อยแล้วการเขียนข่าวหรืองานเขียนบทความเป็นเรื่องยาก เกิดความกลัวเพราะข้าน้อยเป็นคนเขียนไม่เก่ง เขียนไม่เป็น แต่พี่ๆ ก็ให้กำลังใจ สอนเทคนิคต่างๆในการเขียนให้ ทำให้ข้าน้อยลดความกลัวลงไปได้บ้าง ทำงานในทีม Media4D มาได้ร่วมเดือนก็มีเหตุให้พวกเรานักศึกษาฝึกงานในทีม Media4D สลับกันไปทำงานในทีมคนอาสา  ตอนที่ไปทำงานในทีมคนอาสาหน้าที่ที่ได้ทำ ณ ตอนนั้นคือ การหาที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เว็บไซด์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศแรกๆ ที่นั่งหาเนี้ยะก็ไม่เท่าไรสักพักเริ่มเบื่อ แล้วสักพักอีกก็ชอบเลยค่ะสนุกดี ใครจะไปรู้ว่าการหาที่อยู่ เปิดเว็บไซด์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ นั่น มันก็มีประโยชน์เหมือนกันเพราะจากการที่ได้หาตามมหาวิทยาลัยต่างๆ นั้นก็ได้ความรู้เพิ่มค่ะว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ได้มีเพียงแค่วิทยาเขตในกรุงเทพฯ เท่านั้น คือท่าพระจันทร์และรังสิต

       แต่พอได้มาหาที่อยู่ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ได้พบว่าธรรมศาสตร์มีวิทยาเขตอยู่ต่างจังหวัดด้วยคือ ที่วิทยาเขตพัทยาและลำปาง
ขอบอกว่าเว็บไซด์ของมหาวิทยาลัยตามต่างจังหวัดเนี้ยะสีสันสดใสมาก ตาเกือบบอดสี เพราะแต่ละเว็บไซด์สีร้อนแรงกันทั้งนั้น อีกอย่างเหมือนได้ทัวร์ทั่วไทยเลยอ่ะ  นอกจากหาที่อยู่ของมหาวิทยาลัยแล้วยังได้ไปออกบูทอาสาสมัครที่สยามสแควร์ สนุกมากเพราะได้ไปอยู่ ณ ที่ที่มีวัยรุ่นเยอะแยะมากมายเพื่อนเคยบอกข้าน้อยว่าข้าน้อยนี้เป็นผู้ที่มีเรดาห์สามารถมองหาดาราได้เร็ว แล้วในที่สุดข้าน้อยก็ได้เจอดารา อิอิ
และอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้ข้าน้อยตื่นเต้นไม่เบาเลยทีเดียวคือ การได้ไปพังงาที่ตื่นเต้นเพราะไม่เคยไปภาคใต้เลย

 

       แหม...มีโอกาสได้ไปแล้วมันก็ต้องตื่นเต้นเป็นเรื่องธรรมดา การได้ไปพังงาในครั้งนี้ไม่เคยคาดคิดเลยว่าตัวเองจะได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ ณ บ้านน้ำเค็ม เลยเพราะเราอยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่รู้จะเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างไร นอกจากส่งกำลังใจหรือบริจาคสิ่งของให้เท่านั้นแต่การไปในครั้งนี้ข้าน้อยได้ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านขนอิฐ หิน ดิน ทราย ในการก่อสร้างบ้าน ซึ่งมันเป็นการช่วยเหลือที่ใกล้ชิดกับผู้ประสบภัยมากที่สุดแม้การช่วยเหลือของข้าน้อยจะน้อยนิด แต่ข้าน้อยก็รู้สึกภูมิใจว่าอย่างน้อยข้าน้อยก็ได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือชาวบ้าน พอได้ช่วยเหลือชาวบ้านไปได้สักพักก็เริ่มมีความคิดไม่อยากกลับบ้านซะแล้วสิ แต่พอถึงวันที่เราจะต้องเดินทางกลับ ก็รู้สึกใจหายอยากอยู่ต่อ ถึงแม้เวลาที่ตัวข้าน้อยได้ช่วยเหลือชาวบ้าน ได้อยู่กับชาวบ้านมันจะน้อยนิด แต่มันก็ก่อให้เกิดความผูกพันที่ดีความมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน ฮือ ฮือ ไม่เล่าต่อแล้วนะ อยากจะร้องให้ คิดถึงทุกคนที่นั่น อ่ะฮ่า.....มาถึงกิจกรรมในช่วงท้าย (เปลี่ยนอารมณ์อย่างเร่งด่วน) 

 


      ได้ไปกรีนพีซไงล่ะ เคยได้ยินเฉยๆ ว่าทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อยู่ต่างประเทศ พอได้ไปสำนักงานกรีนพีซจริงๆ พึ่งจะรู้ว่ามีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยด้วย ซึ่งอยู่ในเมืองหลวงของเราเอง

 

 

 

สิ่งที่ได้จากบ้านหลังนี้

       มาฝึกงานที่นี้ข้าน้อยได้เรียนรู้และได้เปลี่ยนแปลงในหลายๆ อย่างค่ะ ได้เรียนรู้นิสัยใจคอของคนในชายคากระจกเงา ทุกคนน่ารักค่ะ มีบุคลิกเป็นของตัวเอง เรียนรู้การทำงานกับคนหมู่มากโดยมีพี่ๆ เป็นคนแนะนำ ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบางอย่างของตัวเองโดยมีพี่ๆ เหมือนเดิมที่คอยสั่งสอนในสิ่งดีๆเปลี่ยนแปลงการทำงานของตัวเองให้เร็วขึ้นเพราะข้าน้อยเป็นคนที่ทำงานช้า เปลี่ยนแปลงการพูดเพราะข้าน้อยเป็นคนที่พูดได้กระด้างมาก ต้องฝึกพูดให้เพราะมากกว่านี้ โดยพี่ๆ อีกแล้วหลายอย่างที่ข้าน้อยก็สาธยายไม่หมด เฮ้อ..ก็เพราะพี่ๆ ที่นี้ใจดีกันทุกคน และสิ่งหนึ่งที่ข้าน้อยขอเรียกมันว่าความประทับใจ คือประทับใจ พี่ๆ ทุกคนในบ้านกระจกเงาเพราะพี่ๆ ที่นี้สอนงานน้องๆ ด้วยความมีเหตุผล ใช้ความเข้าใจเป็นหลัก ใจเย็นๆ ค่อยๆ ค่อยไป น้องทำอะไรไม่เป็น พี่ๆ ทุกคนยินดีสอน ไม่รู้อะไรพี่ๆ ยินดีบอก ณ พอถึงเวลานี้พี่ๆก็ยังสอนพวกเราเหมือนเดิม และคำคำหนึ่งที่พี่ๆ ทุกคนในบ้านหลังนี้จะพูดกับน้องๆ เสมอเมื่อน้องๆ พบปัญหา คือคำว่า “สู้สู้ สู้ตาย นะ”   จวบจนถึงเวลาที่พวกเราจะไม่อยู่

 

ได้เวลาออกจากบ้าน

       และแล้วก็ใกล้มาถึงเวลาที่เราจะต้องออกจากบ้านกันแล้ว แต่คนที่ออกจากบ้านกระจกเงาเป็นคนแรกคือเพื่อนๆ กลุ่ม ICT4D ฮะ ฮะ ฮ่า ไม่ได้โดนโหวตออกแต่อย่างใดแต่หมดเวลาที่จะเป็นนักศึกษาฝึกงานในบ้านหลังนี้แล้วต่างหาก ส่วนข้าน้อยนั้นจะอยู่ในบ้านหลังนี้อีกไปจนถึงวันที่ 9 มิถุนายน 49 โน้น.....แต่ก่อนจะออกจากบ้านขอนินทาพี่ๆ ในบ้านกระจกเงานิดนึง (คงไม่ว่าอะไรกันนะค่ะพี่ๆ) เริ่มต้นจากบรรยากาศภายในบ้านกันก่อนเลยเดินเข้ามาออฟฟิศนี้ครั้งแรกเห็นพี่ๆ กลุ่มนึงมีโน๊ตบุ๊คกันคนละตัว ความคิดในใจของข้าน้อยนั้นผุดขึ้นมาทันทีว่า พี่กลุ่มนี้ทำไมไฮโซจัง มีคอมกันคนละตัว (ให้พี่ๆ ลองเดาดูนะค่ะว่ามีใครบ้าง)พี่ๆ แต่ละคนมีบุคลิกที่ต่างกัน พี่ๆ ทีมคนอาสาขอบอกว่าตลกทุกคนเลยค่ะ โดยเฉพาะพี่จรัญกับพี่เก่ง พี่สองคนนี้ตัวฮาเลยค่ะ พี่เก่งนี่ขำตลอดเวลาไม่รู้ว่าขำอะไรส่วนพี่จรัญเนียนทุกสถานการณ์โดยเฉพาะเรื่องกิน พี่ๆ ทีม ICT4D อืม.....ค่อนข้างเงียบ แต่ก็มีขำบ้าง เรื่องเทคโนโลยียกให้พี่ๆ ทีมนี้เลยเจ้าค่าพี่ออยตอนแรกนึกว่าเป็นสาวประเภทสอง อิอิ แต่ยังไงพี่ออยก็น่ารักอยู่เหมือนกัน พี่เกดพี่ใหญ่ในกระจกเงาอีกคนหนึ่งที่น่ารัก คอยตักเตือนพวกเราบ้างบางครั้งในเวลาที่เราเล่น MSN มากๆ
 
       พี่ๆ ทีม BTH ดีค่ะ ตลกเหมือนกันโดยเฉพาะพี่เชษฐ์หัวเราะเป็นระยะๆ ประมาณว่าพี่แกขำทุกเรื่อง พี่ตู่ผู้ที่ขอชิมของกินได้เก่งมาก ชิมไปชิมมาตัวก็อย่างที่เห็นค่ะ พี่เอก ณ ตอนนี้หล่อมากค่ะดูดีกว่าตอนผมยาว ชมกันซึ่งๆ หน้า ถึงคราวพี่ๆ ทีม Media4D กันบ้าง พี่ปูพี่ใหญ่ของทีม พี่ปูน่ารักมากค่ะ คอยสั่งสอนตักเตือนน้องๆ ในหลายๆ เรื่องพี่ตี๋เช่นเดียวกันค่ะคอยสอนน้องด้วยความมีเหตุผล คอยให้กำลังน้องตลอดเวลาด้วยคำว่า “สู้สู้ สู้ตาย” ถึงมันจะเป็นแค่คำพูดแต่ข้าน้อยก็รู้สึกถึงได้ว่าพี่ต้องการให้กำลังใจจริงๆ นะพี่ต้นอ้อ คอยดูแล สอน น้องๆ ด้วยกิริยาที่เนิบๆ พี่โหน่งผู้ซึ่งตั้งท้องอยู่แต่ทำตัวเหมือนไม่ได้ท้องเลย พี่คนนี้คอยสร้างเสียงหัวเราะให้ทุกคนค่ะและพี่นิ่มผู้ซึ่งไหลเลื่อยตามสถานการณ์ได้ทุกสถานการณ์ เออๆ อ่าๆ แต่......น่ารัก  (ถึงเวลาซึ้ง) ขอบคุณพี่ปูที่คอยตรวจงานให้นะค่ะ ขอบคุณพี่ตี๋ที่คอยสั่งและสอนในหลายๆ เรื่องค่ะ ขอบคุณพี่ต้นอ้อที่คอยอัพงานของพวกเรานะค่ะ

       ขอบคุณพี่ตะวันที่คอยสร้างเสียงหัวเราะให้พวกเรา และขอบคุณพี่นิ่มที่คอยช่วยมุ่ยในเรื่องงานนะค่ะ ถ้าไม่มีพี่นิ่มช่วยเรื่องงานมุ่ยก็คงแย่ และขอบคุณพี่หนูหริ่งที่รับพวกเราเข้ามาฝึกงานที่นี้นะค่ะทุกคนที่นี่ดีกับน้องๆ เป็นกันเอง เข้ากันได้ดีกับทุกคน รักพี่ๆ ทุกคนค่ะ (ขออาเจียนกับประโยคนี้แปบนะค่ะ เฮ้อ..ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะคิดคำแบบนี้ออกกับเขาด้วย)สุดท้าย ท้ายสุด เมื่อต้องออกจากบ้านหลังนี้แล้ว แต่ข้าน้อยจะไม่ยอมออกจากระบบโสตประสาทของพี่ๆ แน่นอน และจะตามมาหลอกหลอนพี่ๆ เรื่อยๆ
ตามเวลาและโอกาสหรือถ้าพี่ๆ มีงานอะไรให้ช่วยก็จุดธูปเรียกได้นะเจ้าค่า บาย บาย สวัสดี (รู้สึกจะขอบคุณเยอะเกินไปแล้วนะเนี้ยะ)



อ่าน 1908

 
แพรวไพลิน  ดาราทอง (แพรว) มหาวิทยาลัยรังสิต  นักศึกษาฝึกงาน โครงการ Call Center
 
นางสาวมยุรี    ภิญโยยง โครงการNGOs Film<br>มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
 
โครงการศูนย์ข้อมูลคนหาย
 
นายวุฒินันท์ แสนรวยเงิน (ตู่) โครงการ ICT4D มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี(ศูนย์กรุงเทพฯ) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
 
ชื่อ : นายลิขิต  สิริเลข ชื่อเล่น : เม ศึกษา : มหาวิทยาลัยศรีปทุม สาขา : เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  นักศึกษาฝึกงานโครงการ : NGOs Cyber (Website)
 
นายวิศรุต บุญทำ (รุต) โครงการ  ICT4D มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
 
โครงการ TV4kids
 
ประกายมาส ศิริเงิน (หนายเตย) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นักศึกษาฝึกงานโครงการ : ยุติธุรกิจเด็กขอทาน
 
 นางสาวนิภาพร   ผ่องแผ้ว ( ยุ้ย) ศึกษาที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี คณะวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี สาขาวิชา วิทยาการคอมพิวเตอร์ โครงการ NGOS cyber
 
กัน โครงการ ผู้ป่วยข้างถนน
 
น.ส.พจนา นาควัชระ (นุ่น) มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา นักศึกษาฝึกงานโครงการ NGOs  Cyber
 
ปารินันท์ เพชรกาศ (บู) ศึกษา : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โครงการ : NGOs Cyber (Web)
 
นางสาวนูรีซัน คอเน็ง(ซันย่า) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี โครงการอาสามาเยี่ยม
 
ธีระพร นิติวณิชสกุล (ปุ๋ม)  มหาววิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา  : คณะวิทยาการจัดการ กลุ่มสาขาวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชา คอมพิวเตอร์(ธุรกิจ)
 
มิ้นท์  โครงการ ศูนย์ข้อมูลคนหาย


   

            

"กายพร้อมใจพร้อม โครงการนักศึกษาฝึกงาน มูลนิธิกระจกเงา ยินดีต้อนรับ"
สอบถามเรื่องการฝึกงานได้ที่ (พี่สุกี้) สุธิตา หมายเจริญ 02-9732236-7#1499
E-mail: intern@mirror.or.th