โครงการศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์


   

น.ส.วัลภา   แซ่จิว  (ไกด์)
นักศึกษาฝึกงานโครงการศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์

สำนักงานกรุงเทพฯ

       
วันเวลาดีๆ ที่ฉันได้รับจาก กระจกเงา

 

ประตูสู่  บ้านกระจกเงา 
          ฉันมีเวลาว่าง จึงไม่อยากให้เวลาเหล่านั้นผ่านไปเฉยๆ อยู่บ้านไปวันๆ  ฉันจึงตั้งใจว่าปิดเทอมนี้ฉันจะหาที่ฝึกงานที่ไหนสักที่  ความตั้งใจนี้อยู่ในใจฉันเรื่อยมา ในวันหนึ่งวันที่ฉันได้เดินทางไปออกค่ายที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อาจารย์ที่ฉันเคารพท่านหนึ่ง ได้แนะนำว่าน่าจะไปฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงา ที่เชียงราย  แต่ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจว่ามูลนิธินี้ทำงานเกี่ยวกับอะไร เค้าทำอะไรกัน ฉันก็ไม่รู้  มีหลายคำถามเกิดขึ้นในใจฉัน อาจารย์ก็ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก   แต่จะอย่างไรก็ตามฉันก็เกิดความสนใจที่มูลนิธินี้แล้วละสิ ต้องมีอะไรดีแน่เลย  หลังจากฉันกลับมาจากค่าย ฉันเริ่มค้นหาว่า กระจกเงา มูลนิธินี้เค้าทำอะไรกัน  ก็ต้องพึ่ง อาจารย์ กุ๊ก หรือ กุ๊กเกิล นั่นเอง อยากรู้อะไรก็ไปหาอาจารย์กุ๊กได้เลย อิ อิ  ฉันจึงได้รู้จักเว็บไซต์ siamvolunteer.com ฉันเริ่มศึกษา แล้วรู้ว่า มี 3 สำนักงาน ก็ดูรายละเอียดในเว็บไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งบอร์ด ใต้หอพักนักศึกษาหญิงที่มหาลัย ฉันได้สังเกตเห็นประกาศจากทางมูลนิธิกระจกเงา ที่เปิดรับนักศึกษาฝึกงานกับ 3 สำนักงาน ฉันให้ความสนใจกับเอกสารฉบับนั้นมากจึงขอถ่ายเอกสารเอาไว้  ฉันให้ความสนใจกับ สนง.พังงา  เป็นพิเศษ ฉันศึกษารายละเอียดของโครงการที่ทางมูลนิธิทำอยู่ มีหลายโครงการที่ตรงกับความสนใจ  แล้วจากที่ศึกษาในเว็บไซต์ของมูลนิธิกระจกเงาฉัน เห็นว่าที่นี่เค้ามีโครงการ นักศึกษาบ้าฝึกงาน เสียด้วย ที่นี่คงไม่ธรรมดา คงจะมีอะไรแปลก ไปจากที่อื่นเป็นแน่   ฉันคิดในใจ  ทั้งนี้  ทั้งนั้นจะไปคนเดียวก็ยังไงอยู่   ก็ชวนลี่มาด้วย   ลี่ก็สนใจเหมือนกัน  เราสองคนจึงติดต่อไปยังพี่จรัญ  ซึ่งบอกกับเราว่า ที่สนง.พังงา  ที่พักเต็ม ไม่สามารถรับนักศึกษาฝึกงานได้แล้ว  ฉันจึงบอกกับพี่จรัญว่าฉันจะติดต่อกลับไปใหม่  ฉันกับลี่ทั้งคู่เสียดายมากว่าเราคงจะติดต่อมาช้าไป ช่วงที่เราติดต่อไปก็ประมาณ วันที่ 12 มีนา เราทั้งคู่จึงแบบว่าไม่รู้จะทำไงดี ก็ตั้งใจว่าจะฝึกงานที่นี่แล้ว  ฉันจึงเข้าไปดูรายละเอียดในเว็บเพิ่มขึ้น  ได้เข้าไปดูบทความของพี่ๆ เจ้าหน้าที่แต่ละคนที่เขียนไว้  จนไปสะดุดกับคำว่า “เป็นอาสาจะเป็นที่ไหนก็เป็นได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่บนเขาบนดอย” การที่ฉันอ่านบทความของพี่ๆ ทำให้ฉันรู้ว่า คำว่าอาสาสมัคร ดูจะเป็นคำที่คนในองค์กรนี้เขาภูมิใจกันมาก ในที่สุดเราสองคนได้ข้อสรุปว่า จะไปที่สนง.กรุงเทพ ล่ะกัน ถึงจะไม่เกี่ยวกับที่เรียนก็ไม่เป็นไร  ประมาณว่า ฉันจะฝึกที่นี่ เท่านั้น อะไรประมาณนั้น เราทั้งสองดูมีความมุ่งมั่นกันมากทีเดียว  

 

มาฝึกงานวันนี้เป็นวันแรกค่ะ 
          วันนี้แล้วสิน่ะที่ฉันจะได้ไปฝึกงานซะที  21 มีนาคม 2550 ฉันตื่นแต่เช้า แต่งตัวเรียบร้อย รองเท้าหุ้มส้นที่ฉันซื้อเมื่อวาน วันนี้ก็เป็นวันแรกที่ฉันจะได้ใส่มัน  ฉันเตรียมตัวอย่างกับเปิดเทอมตอนม.ปลาย 55  ฉันนัดกับลี่แต่เช้า  พอมาถึงอาคารเลิศปัญญาประมาณ  8 โมงกว่าๆ ที่นี่ดูจะลึกลับดีเนอะ ฉันคิดไว้  ก็ขึ้นลิฟท์ไปชั้น 9 ประตูลิฟท์เปิดออก ฉันมองไปที่ประตูบานนึงมีสติ๊กเตอร์ติดว่ามูลนิธิกระจกเงา  พี่บอยเดินออกมาพอดีทักทายพวกเรา  เห็นพี่บอยยิ้มแล้วนึกถึงแดร็กคูล่า ไงไม่รู้ ก็พี่มีเขี้ยวนี่น่า  จะดูดเลือดเรามั้ยนี่   พี่บอยพาพวกเราไปที่คอมของพี่เขา  ท่านผู้นี้ได้สอนการเข้าระบบอินทราเน็ท ขององค์กร  การปักธง  เก็บธง  ซึ่งฉันก็งง ว่าที่นี่เค้ามีแบบนี้ด้วยหรอ   เมื่อพี่จรัญมาถึง  เราสามคน ฉัน  ลี่ และ เบ็นซ์ ที่มาฝึกงานวันนี้เป็นวันแรกก็ได้ไปปฐมนิเทศกัน พี่จรัญทักทายพวกเราอย่างเป็นกันเอง  แล้วได้ให้พวกเราช่วยงานในโครงการ คนอาสา  ในวันนี้ฉันยังได้รับความรู้จากพี่เกรียง  ที่กำลังดำเนินโครงการ คอมพิวเตอร์มือสองเพื่อน้อง แล้วอีกหนึ่งโครงการที่ฉันได้เข้าไปรู้จักในวันนี้ก็เป็นโครงการแบ็คทูโฮมนั่นเอง  ก็ได้ไปรู้จักกับพี่ๆ ผู้ใจดีอย่างพี่ก้อยกับพี่เอก  พี่สองคนนี้ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าโลโก้ของ

   

 

       
          โครงการนี้ที่จะเป็นคนจูงมือกันนั้น  มันละม้ายคล้ายกับพี่ทั้งสองนั่นเอง 55 พี่เอกได้แนะนำเกี่ยวกับโครงการตามน้องกลับบ้านอย่างคร่าวๆ   ให้ฉันกับลี่ฟัง ฉันว่าโครงการนี้เป็นอีกโครงการหนึ่งในมูลนิธิกระจกเงาที่ฉันให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ  ในวันนี้ฉันยังไม่เข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง ฉันยังไม่เข้าใจว่าศูนย์ข้อมูลคนหายนี่จะช่วยเหลือสังคม ในการติดตามคนหายกลับมาได้อย่างไร จะช่วยได้จริงหรือ  ฉันเห็นความเป็นตัวตนของพี่ๆ ที่นี่ที่มีความแตกต่างกันมาอยู่รวมกัน ฉันได้เพื่อนใหม่ต่างสถาบันหลายคน ฉันเริ่มเห็นวัฒนธรรมของที่แห่งนี้ที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากที่อื่น  การปักธง-เก็บธง  การประชุมเช้า  การประชุมประชาคม  เวรทำความสะอาดประจำวัน  ชั่วโมงวิชาการ    สิ่งเหล่านี้ เค้าทำกันไปเพื่ออะไรกัน

 

              ขอบคุณกระจกเงาบานนี้ ที่ทำให้ฉันได้เข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง จากวันแรกที่ฉันเข้าไปจนถึงวันนี้  กระจกเงา กระจกบานนี้ให้อะไรหลายๆ อย่างกับฉัน ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง สิ่งใหม่ๆ  มุมมองใหม่ๆ   จากวัฒนธรรมต่างๆ เหล่านี้ซึ่งวันนี้ฉันก็เข้าใจชัดเจนแล้วว่า เค้าทำกันไปเพื่ออะไร
การปักธง-เก็บธง  : การปักธงทำให้เรารู้ว่าวันนี้เรามีอะไรต้องทำบ้าง เก็บธงวันนี้สิ่งที่เราได้ทำมีอะไรบ้าง  ทำให้เราได้มีเป้าหมายการทำงานอย่างชัดเจน จะได้รู้ว่าวันนี้เราค้างงานอะไรอยู่  งานสำเร็จลุล่วงไปแค่ไหน  ข้อดีอีกข้อคือพี่ๆ จะได้รู้ว่าน้องๆ น้องรู้สึกอย่างไรกับการทำงาน  แล้วพวกเราเองก็จะได้รู้ว่าพี่ๆ เค้าทำอะไรกัน เป็นการแลกเปลี่ยนกันไปในตัวเลย  สำเร็จลุล่วงไปแค่ไหน  ข้อดีอีกข้อคือพี่ๆ จะได้รู้ว่าน้องๆ น้องรู้สึกอย่างไรกับการทำงาน  แล้วพวกเราเองก็จะได้รู้ว่าพี่ๆ เค้าทำอะไรกัน เป็นการแลกเปลี่ยนกันไปในตัวเลย 

      
 

          การประชุมเช้า : ทุกคนมารวมกันแจ้งของความช่วยเหลือ  ใครมีเรื่องแจ้งให้ทราบก็บอกกันได้เลยที่เวทีนี้  เป็นตัวสานความสัมพันธ์ของคนในองค์กรมากขึ้น การประชุมประชาคม : รู้ปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร  คนในองค์กรมาร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหา  เป็นเวทีเสนอความคิดใหม่ๆ เข้ามาในองค์กร เพื่อพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้น เวรทำความสะอาดประจำวัน :  พักจากการทำงานสักพักมาช่วยกันทำความสะอาดองค์กร ที่ทำงานของเราให้น่าอยู่มากขึ้น 
 
        ชั่วโมงวิชาการ :  แลกเปลี่ยนความรู้ที่แตกต่างกัน  ร่วมกันรับฟังความเห็นคนอื่น  รับรู้เรื่องใหม่ๆ  

          ในวันนี้ฉันได้โตบโตขึ้น ถึงแม้ว่าฉันยังเป็นเพียง คนตัวเล็กๆ ของสังคมที่ไม่มีสิทธิ ไม่มีเสียงอะไรมากนัก แต่ฉันได้ใช้เวลาของฉันให้มีค่ามากขึ้น ฉันเห็นการทำงานของเพื่อน และพี่ๆ ในโครงการ การทำงานติดตามคนหาย ฉันยังสงสัยว่าคนหายเยอะขนาดนั้น จะตามกลับมาได้จริงหรอ ยังมีคนที่ขอความช่วยเหลือให้ติดตามคนในครอบครัวที่หายไป มากมายเหลือเกิน อะไรทำให้พี่ทั้งสองมีกำลังใจในการทำงานได้  และอะไรเป็นแรงผลักดัน ในการทำงานของเขา ฉันเริ่มเข้าใจเมื่อฉันเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ บ้านบีทีเฮช การช่วยเหลือด้วยความเข้าอกเข้าใจเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการ  คนในครอบครัวต้องการกำลังใจในการที่จะต่อสู้ต่อไป ที่แม้จะยังไม่รู้ว่า พวกเขาเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่หรือจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม ฉันจึงย้อนถามตัวเองเสมอว่าหากสักวันคนที่ฉันรักหายไป ฉันจะอยู่ได้อย่างไร   เป็นคำถามที่ทำให้ฉันเข้าใจได้ว่าความรู้สึกนั้นมันจะแย่สักแค่ไหน  ฉันยังได้มีโอกาสไปศึกษาโครงการอื่นๆ  อย่างโครงการ Thai Say No ที่สนับสนุนให้มีการแสดงสิทธิ ในระบอบประชาธิปไตย  ต่อต้านการยึดอำนาจเผด็จการ  พี่อ้น กับพี่ยัน ช่วยกันอธิบายเป้าหมาย แนวคิดของโครงการให้ฉันกับลี่ฟัง  พี่ทั้งสองเป็นหัวหน้าโครงการที่อินกับเรื่องนี้จิงๆ บางทีฉันก็งง กับเรื่องราวที่พี่เค้าอธิบายให้ฟังเหมือนกัน จากที่เคยเห็นว่าเรื่องการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว  เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ต่างๆ เมื่อฉันไปลงพื้นที่ฉันเห็นพลังของประชาชนจำนวนมากที่มารวมกัน  เป็นปรากฎการณ์ที่หากฉันไม่ได้มาฝึกงานที่นี่ฉันคงจะไม่ได้ไปรู้ไปเห็นสถานการณ์จริง บรรยากาศจิงๆ อย่างนั้นเป็นแน่  โครงการรพ.มีสุข  พี่เก่ง กับพี่นิค เป็นดั่งนางงาม ก็รักเด็กนี่ค่ะ  ฉันรู้สึกได้ถึงความภูมิใจ  ที่เราทำให้เด็กคนนึงที่ป่วย  เศร้า  อยู่แต่รพ. ยิ้มได้  มันทำให้ฉันมีกำลังใจขึ้นมาและภูมิใจกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ถึงแม้ว่าฉันมีโอกาสไปรพ. รามา เพียงครั้งเดียว ฉันก็ประทับใจกับโครงการนี้  

          การที่ฉันได้เข้ามาฝึกงานที่นี่มูลนิธิกระจกเงา สำนักงานกรุงเทพฯ  ถึงแม้จะไม่ใช่ที่สำนักงานพังงาอย่างที่ฉันกับลี่ได้ตั้งใจไว้  ฉันไม่ผิดหวังเลยที่ได้มาที่นี่  ฉันได้ประทับใจในหลายๆ อย่าง การสร้างงาน-สร้างคน ขององค์กรนี้ที่มีการสอนนักศึกษาฝึกงานอย่างพวกเรา ทั้งวิธีคิด-วิธีการในการทำงานด้วย สอนให้เราเข้าใจวัตถุประสงค์ก่อนจะได้ทำงานอย่างเข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร  ไม่ใช่จ่ายงานให้ทำแต่เราก็ยังไม่รู้เลยว่าทำไปเพื่ออะไร   มิตรภาพจากพี่ๆ ที่ดูแลน้องๆ อย่างพวกเราเป็นอย่างดี  มีปัญหาอะไรก็ช่วยเหลือตลอด  มิตรภาพจากเพื่อนๆ  ฉันเรียนรู้การใช้เวลาของตนเองให้มีประโยชน์  จากการเป็นอาสาสมัคร  ฉันเข้าใจคำว่า จิตอาสา  จากการที่ฉันได้เรียนรู้การทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นมากยิ่งขึ้น ฉันเรียนรู้ที่จะทำงานอาสาสมัครที่ทำด้วยใจ ถึงแม้ฉันจะหวังสิ่งตอบแทนเป็นประสบการณ์   จากการที่ฉันได้มาฝึกงานที่นี่ ได้เป็นอาสาสมัครในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนนอกห้องเรียนที่มีค่ายิ่งสำหรับฉัน  อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่าการทำงานพร้อมกับทำประโยชน์เพื่อสังคมนั้น  น่าภาคภูมิใจมากแค่ไหน  ช่วงเวลาเหล่านั้นถือเป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากสำหรับฉัน 

 

 



อ่าน 2343

 
สมฤดี ผันอากาศ (ยาใจ) โครงการผลิตสื่อ นักศึกษาวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี หลักสูตรแอนิเมชั่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 
 น.ส.มินตา ลาดบาศรี (มีมี่) นักศึกษาฝึกงาน NGOs Cyber มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา คณะวิทยาศาสตร์ โปรแกรมวิชา วิทยาการคอมพิวเตอร์
 
นางสาวปิยะนุช  ไทยด้วง (นุช)  มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง  นักศึกษาฝึกงานโครงการ : NGOs Cyber (Website)
 
แป้ง โครงการผู้ป่วยข้างถนน
 
ภัชรีญา  แดงแก้ว (หญิง)  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   นักศึกษาฝึกงานโครงการ NGOsCyber
 
จันทนา  ดาศรี (หนูแหม่ม) มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง นักศึกษาฝึกงานโครงการคอมเพื่อน้อง
 
สิทธิโชค จรัลศิริรุ่งกานต์ (ฟิล์ม) มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต  นักศึกษาฝึกงานในโครงการ NGOsCyber
 
นายเธียรเอก ศรสงวนสกุล (เอก) ศึกษา : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โครงการ : NGOs Cyber (Web)
 
โครงการศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์
 
นางสาวยุพาวดี มีโชค ( เต้ ) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โครงการ : NGOs Cyber (Web)
 
แอล มช.โครงการยุติธุรกิจเด็กขอทาน
 
ธัญธิดา บุญเรือง (ลูกท้อ) มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม สาขาวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์เชิงท่องเที่ยว
 
นางสาววันวิสาข์  ศรีโคต  (บี) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  โครงการ NGOs Cyber
 
นางสาวสุภาพร เมืองจันทร์  (ซีเล็ก) ศึกษาที่ : มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี  สาขา : วิทยาการคอมพิวเตอร์ ปี 4   คณะ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โครงการ  : NGOS cyber
 
นายชาญชัย แก้วทอง (เก้า)  มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม  : คณะวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยี  สาขาวิชา : วิทยาการคอมพิวเตอร์  ภาควิชา : คอมพิวเตอร์กราฟฟิกเเละมัลติมีเดีย


   

            

"กายพร้อมใจพร้อม โครงการนักศึกษาฝึกงาน มูลนิธิกระจกเงา ยินดีต้อนรับ"
สอบถามเรื่องการฝึกงานได้ที่ (พี่สุกี้) สุธิตา หมายเจริญ 02-9732236-7#1499
E-mail: intern@mirror.or.th