อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง


 

 

 

      สิ่งที่เจ็บช้ำที่สุดของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อแม่ หนีไม่พ้นคือเรื่อง "ลูก" เป็นใครก็ต้องช้ำเมื่อลูกที่สุดหวงแหน ถนอมดั่งไข่ในหินนั้น "หายไป" กรณีหายออกจากบ้านเพราะหลงทาง ยังพอจะนำพาลูกกลับสู่อ้อมกอดได้ แต่หากเกิดจากกรณี "ถูกลักพาตัว" หัวใจพ่อแม่แทบสลายเพราะการกลับมาจากกรณีนี้แทบไม่มีเลย

       จากสถิติของศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา พบว่าตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน มีการแจ้งกรณีเด็กถูกลักพาตัวทั่วประเทศเข้ามาทางศูนย์ข้อมูลคน

หายทั้งสิ้น 17 ราย แต่สามารถติดตามกลับบ้านได้เพียง 7 ราย และในจำนวนนี้มีเด็กที่ถูกลักพาตัวอายุต่ำสุดเพียง 6 เดือนเท่านั้น ดังนั้น ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ได้รวบรวมสาเหตุที่เด็กถูกลักพาตัวเพื่อเป็นข้อมูลสำคัญให้กับผู้ปกครอง และหน่วยงานในการหาแนวทางแก้ไขต่อไป
       นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ บอกว่า จากการหายตัวไปของเด็กหลายคนนั้น เมื่อมีการตรวจสอบจะพบว่าสถานที่เกิดเหตุไม่ใช่ที่อื่นไกล แต่กลับเป็นบริเวณแถวๆ บ้านของตัวเอง อย่างสนามเด็กเล่นในหมู่บ้าน สวนสาธารณะแถวบ้าน หรือแม้กระทั่งหน้าบ้านตัวเอง ดังนั้น สถานที่ปลอดภัยที่สุด คือ สถานที่อนตายที่สุด

"เด็กจะถูกหลอกว่าจะพาไปซื้อของเล่น พาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า เพราะเด็กจะรู้สึกว่าไม่เป็นไร อยู่ใกล้บ้านแป๊บเดียวก็กลับ หรือเห็นว่าพ่อกับแม่อยู่แถวนี้ยังไงก็ไม่ไปไกล ถ้าไม่เจอเดี๋ยวพ่อแม่ก็ตามหาเอง รวมทั้งคนร้ายยังเห็นว่ายิ่งใกล้บ้าน ยิ่งเป็นสถานที่พ่อแม่ไว้วางใจ จะทำให้พ่อแม่ปล่อยปละละเลยลูกได้ง่ายขึ้น จึงเป็นเหตุให้เด็กถูกลักพาตัวจากสถานที่ที่น่าไว้วางใจที่สุด"

นอกจากนี้ในห้างสรรพสินค้ายังเป็นสถานที่ที่เด็กจะตกเป็น "เหยื่อ" ของผู้ร้ายได้เป็นอย่างดี เพราะผู้ปกครองจะปล่อยให้เด็กเล่นอยู่ตามลำพัง เพื่อตัวเองจะได้ไปซื้อของใช้ได้อย่างสะดวก จึงทำให้เด็กตกเป็นเป้าได้ง่าย

นอกจากนี้อายุของเด็กที่ถูกลักพาตัวกลับมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ อย่าง "เด็กทารก" และยังเป็นเหยื่อของคนใกล้ชิดอีกด้วย

       "พี่เลี้ยงเด็กเป็นคนอันตรายที่สุด เพราะพี่เลี้ยงจะเป็นคนที่พ่อแม่ไว้วางใจ ฝากลูกให้เลี้ยงได้ แต่ความจริงแล้วหากไม่ไว้ใจ อย่าปล่อยให้เด็กอยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพัง พี่เลี้ยงจะทำเป็นรักเด็กมาก และคอยช่วยดูแลอย่างดีจนพ่อแม่ตายใจ หลังจากนั้นก็จะลักพาตัวเด็กไป บางคนนำไปเลี้ยงเสมือนลูกของตัวเอง บางคนนำไปเลี้ยงเพื่อเป็นขอทาน และพบว่าเด็กทารกอายุแรกเกิด จนถึงอายุ 11 เดือนเป็นเหยื่อที่เสี่ยงในการถูกลักพาตัวมากที่สุด เพราะว่าเด็กในกลุ่มนี้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และยังถูกชักชวนไปได้ง่ายกว่าเด็กโตอีกด้วย รวมทั้งเด็กเพศชายมีความเสี่ยงในการถูกลักพาตัวมากกว่าเด็กเพศหญิง เนื่องจากว่าเด็กผู้ชายจะไม่ร้องไห้หรือฟูมฟาย และสามารถหลอกล่อด้วยของเล่นได้ง่ายกว่าเด็กผู้หญิง"

นายเอกลักษณ์บอกอีกว่า ส่วนบุคคลที่ไม่น่าใว้วางใจอย่างพี่เลี้ยงเด็ก หมอดู หรือเพื่อนบ้าน เพราะเป็นบุคคลที่พ่อแม่ไว้วางใจ อย่างกรณีน้องบัว (นามสมมุติ) วัย 11 เดือน ถูกผู้หญิงคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นหมอดูเข้ามาตีสนิทกับครอบครัวน้องบัว โดยคนร้ายได้ออกอุบายทำนายดวงชะตาน้องบัวว่ากำลังมีเคราะห์จึงอยากช่วยสะเดาะเคราะห์ให้ จากนั้นก็ทำทีขออุ้มน้องบัว และรีบวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

       "วัตถุประสงค์ที่คนร้ายลักพาตัวเด็กไปนั้นคือ เพื่อการค้ามนุษย์โดยการนำเด็กไปขายเป็นบุตรบุญธรรมของชาวต่างชาติ หรือถูกนำไปขอทาน หากเป็นเด็กอายุ 5-12 ขวบ จะถูกบังคับใช้แรงงาน เช่นขายดอกไม้หรือขายสินค้าต่างๆ ตามที่สาธารณะ หรือถูกบังคับใช้เป็นแรงงานทาสตามโรงงานนรกต่างๆ นอกจากนี้เด็กอาจถูกพาไปกระทำอนาจารได้อีกด้วย"

นอกจากนี้นายเอกลักษณ์ยังแนะอีกว่า ก่อนไปแจ้งความเด็กหายให้ตรวจสอบของใช้ของเด็กว่ามีการเก็บเสื้อผ้าไปหรือไม่ และควรโทร.ไปสอบถามตามโรงพยาบาลที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงก่อน เพราะเด็กอาจได้รับอุบัติเหตุก็ได้ และการจดจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเด็กว่า มีไฝ ปาน แผลเป็นตรงส่วนไหนของร่างกายด้วยหรือไม่ เพื่อจะได้เป็นหลักฐานในการค้นหาเด็กได้ง่ายขึ้น กรณีเด็กหายเด็กถูกลักพาตัวนับว่าเป็นบทเรียนที่ทุกหน่วยงานต้องหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน


ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน
วันที่ 1 ก.พ. 2550



อ่าน 2203 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting

 เล็งผุด'ฟู๊ดแบงก์'กทม.โอบอุ้มผู้ด้อยโอกาส (25 ก.พ. 53)
 ยิ่งให้ยิ่งได้
 โอบอุ้ม'มนุษย์ขยะ''กระจกเงา'ยื่นมือ